การปลดบ่วงกรรมที่ทำให้อาชีพการงานกลับมารุ่งเรืองแบบทันตาเห็นนั้นบางคนเกิดมามีอาชีพการงานที่ดีได้ทำงานตำแหน่งสูงๆเงินเดือนสูงหรือบางคนเป็นเจ้าของธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านในขณะที่บางคนต้องทำงานหนักไปตลอดชีวิตได้ทำงานที่ต่ำต้อยติดขัดไปเสียทุกเรื่อง
คำตอบก็คือเพราะทำกรรมมาต่างกันผลที่ได้จึงต่างกันคนที่รวยจากอาชีพต่างๆนั้นได้สร้างกรรมสร้างเหตุและปัจจัยที่ส่งเสริมอาชีพการงานนั้นมาอย่างยาวนานก่อให้เกิดเป็นพรสวรรค์ติดตัวที่เหนือกว่าคนอื่น
เป็นหมอก็เพราะว่าเคยเป็นมาแล้วหลายชาติหลายภพได้เคยเป็นพ่อค้านักธุรกิจเจ้าสัวมีเงินทองมากมายก็เพราะเคยเป็นพ่อค้าวานิชมาอย่างยาวนานเช่นกันหลายภพหลายวาระเป็นนายทหารคุมกองทัพหากใครมีอภิญญามีอำนาจวิเศษย้อนเวลากลับไปดูได้ก็จะเห็นว่าเป็นสัญญาเดิมหรือที่เขาถนัดจะเรียกว่าพรสวรรค์ติดตัวมาก็ได้เขาทำหน้าที่แม่ทัพนายกองมาหลายชาติจนกรรมนั้นความถนัดนั้นติดตัวมาส่งผลต่อในชาตินี้
กรรมหมายถึงการกระทำและการกระทำนั้นก็จะส่งให้เกิดผลของการกระทำในเวลาต่อมาคนเราเกิดมาต่างกันและมีวิถีชีวิตที่ต่างกันก็เพราะ”แต่ละคนต่างมีกรรมเป็นของตนเองโชคชะตาและวิถีชีวิตของคนแต่ละคนที่ประสบอยู่ในเวลาปัจจุบันก็เป็นผลมาจากการกระทำของแต่ละบุคคลทั้งสิ้น”
“กรรม”คือกฎของเหตุและผลนั่นคือ”เหตุ”ที่ได้กระทำจะนำมาซึ่ง”ผล”ที่ต้องได้รับ”ผล”ที่ได้รับอยู่ในขณะนี้แสดงถึง”เหตุ”หรือเคยกระทำไว้นั่นเอง ในสมัยนี้คนที่ร่ำรวยประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานธุรกิจการค้าพูดกันว่าเก่งอย่างเดียวไม่พอต้องเฮงด้วยคำว่า”เฮง”แล้วจริงๆคือบุญและกรรมดีที่ทำมา
แต่หลายคนยิ่งทำยิ่งจนยิ่งทำก็เหมือนไม่ก้าวหน้ายิ่งทำก็เหมือนเดินฝ่าความมืดไม่ประสบความสำเร็จเสียทีบางคนหนักทำแล้วเจ๊งมาหลายครั้งทั้งๆที่ตั้งใจอย่างเต็มที่ซึ่งมีหลายเหตุหลายปัจจัยที่สกัดความเจริญเอาไว้หากในกรรมปัจจุบันก็ต้องดูที่ตนเองก่อนว่ามี4เก่งทั้งเก่งตนเก่งคนเก่งงานเก่งเงินหรือไม่หรือมีช่องทางทำได้เหมาะสมหรือไม่มีกัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือค้ำจุนหรือไม่
หรือแม้ตนเองจะเป็นผู้ที่เพียบพร้อมมีกำลังทรัพย์และสติปัญญาดีอยู่แล้วแต่วันๆทุกลมหายใจเสียเปรียบใครไม่เป็นให้ใครไม่ได้คิดจะเอาแต่ผลประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้งเสมอคิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียวค้ากำไรเกินควรเอาเปรียบคนอื่นแบบใครเขาจะเดือดร้อนใครเขาจะไม่สบายใจหรือไปขัดขวางประโยชน์ของคนอื่นก็ทำทั้งๆที่รู้ว่าไม่ดี
หรืออาจเป็นผู้ที่ชอบกดขี่คนอื่นให้มาทำงานให้แต่ไม่ยอมจ่ายค่าตอบแทนตามสมควรที่เขาผู้นั้นควรจะได้พยายามกีดกันเงินไว้ทั้งๆที่ควรจ่ายก็ไม่ยอมจ่าย
โดยสรุปใจความรวมแล้วการที่คนเราทำงานหนักแล้วไม่ค่อยได้ผลไม่เจริญก้าวหน้าก็เพราะมีสาเหตุใหญ่คือกิเลสต่ำความโลภความตระหนี่ความเห็นแก่ได้เป็นเหตุให้ปิดทาง
อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญที่มาเหนี่ยวมาฉุดรั้งความเจริญไม่ให้ประสบความสำเร็จก็คือกรรมเก่าและเจ้ากรรมนายเวร!สำหรับเจ้ากรรมนายเวรนั้นครูบาอาจารย์ท่านแยกเจ้ากรรมนายเวรไว้มี2ประเภทเพื่อให้เข้าใจง่าย
คือเจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตและเจ้ากรรมนายเวรที่ไม่มีชีวิต
-ประเภทที่หนึ่งเจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตหมายถึงผู้ที่เกิดอาศัย“ในภพภูมิเดียวกับเรา”เป็นผู้ที่มาสร้างความเดือดร้อนสร้างความทุกข์คอยมาเบียดเบียนทำร้ายให้สูญเสียทั้งกายวาจาใจทรัพย์หรือให้บาดเจ็บในลักษณะต่างๆอาจเป็นได้ทั้งพ่อแม่บุพการีลูกหลานหรือญาติสนิทหรือไม่สนิทคนรักคู่ครองเพื่อนฝูงคนรู้จักผู้ร่วมงานเพื่อนบ้านคนที่เพิ่งรู้จักหรือใครก็ตามหรืออาจเป็นสัตว์เดรัจฉานที่มีชีวิตที่เราเลี้ยงทำให้เรามีทุกข์หรือเหมือนติดคุกไปไหนไม่ได้ต้องเฝ้าเลี้ยงดูหรือเราไม่ได้เลี้ยงแต่สัตว์เข้ามาทำร้ายเราให้ได้รับบาดเจ็บให้พิการหรือแม้กระทั่งถึงตายก็เป็นไปได้เช่นกัน
-ประเภทที่สองเจ้ากรรมนายเวรที่ไม่มีชีวิตหมายถึง“เป็นผู้ที่อยู่ต่างภพภูมิกับเรา”คืออมนุษย์หรือไม่ใช่มนุษย์เป็นสิ่งที่มองด้วยตาเนื้อไม่เห็นเป็นจิตวิญญาณที่แค้นอาฆาตพร้อมที่จะมาสร้างความเดือดร้อนให้เราได้ในทางใดทางหนึ่ง
ซึ่งวิธีการที่เขาจะก่อความเดือดร้อนให้เรานั้นเป็นเรื่อง“เหนือวิสัย”ของจิตมนุษย์ธรรมดาจะรับรู้ได้นอกจากผู้ปฏิบัติธรรมชั้นสูงดังที่ครูบาอาจารย์แห่งแผ่นดินธรรมท่านเจอและเล่ามาโดยตลอดไม่ขาดสายเพื่อเตือนสาธุชนทั้งหลายหากเป็นเรื่องของกรรมเก่าและเจ้ากรรมนายเวรสำหรับคนที่ทำงานแล้วไม่เจริญไม่ค่อยได้ผลนั้นอาจจะมีสาเหตุอยู่หลายประการเช่นในอดีตชาติ(รวมถึงชาตินี้ด้วยเมื่อรู้แล้วอย่าทำอีกเป็นอันขาด)
เวลาไปทำบุญทำทานที่วัดเมื่อพบของทำทานเหลือจากพระสงฆ์และท่านได้อนุญาตแล้วแทนที่จะบริจาคต่อไปให้กับคนที่ทุกข์ยากกว่าได้กินได้ใช้กลับเอาไปทิ้งเสียคือไม่เจือจานไปยังผู้อื่นหรือประเภทถวายหนึ่งถ้วยเอากลับบ้านหนึ่งถังหรือกรณีในการทำบุญเมื่อมีคนมาชวนทำบุญก็กลับปฏิเสธเพราะไม่อยากทำหรือบางครั้งก็ขัดขวางไม่ให้คนอื่นได้สร้างบุญด้วยหรือมาจากกรรมที่มาจากรับปากใครแล้วไม่ทำตามที่รับปากผิดคำพูดบ่อยๆจนคนอื่นได้รับความเดือดร้อนจากคำพูดของตนเองหรือไปกลั้นแกล้งคนอื่นเขาไว้ในอดีตชาติบีบคั้นให้คนและสัตว์ทำงานหนักมาก
โดยไม่ให้ค่าตอบแทนหรืออาหารบางครั้งก็ทำเป็นลืมๆไปปล่อยให้เขาต้องทำงานหนักหิวโหยและทนทุกข์ทรมานต่อการกระทำนั้นหรือมีนิสัยดุร้ายเลี้ยงดูบุตรหลานอย่างเข้มงวดเกินไปทุบตีหรือให้ทำงานที่เกินกำลังของเขาหรือให้ไปทำผิดศีลทั้งๆที่รู้แล้วเอาเงินนั้นมาบำเรอความสุขของตนปล่อยให้ลูกทุกข์ทรมาน
 
ขอบคุณข้อมูลจาก:horoscope.sanook